Wednesday, January 1, 2020

kingdom fungi

Kingdom Fungi

Related image

            อาณาจักรฟังไจ หรือ อาณาจักรรานั้น เป็นอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตที่เป็นยูคาริโอต โดยอาจจะเป็นทั้งสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว หรือ หลายเซลล์ มีผนังเซลล์ที่เป็นสารจำพวกไคติน (chitin) มีอวัยวะสร้างสปอร์ที่เรียกว่า อับสปอร์ (Sporangium) แต่ไม่มีเนื้อเยื่อ (tissue) และตัวอ่อน (embryo) โดยภายในตัวเซลล์ของรานั้นจะมีไฮฟา(hypha) ที่เป็นเยื่อกั้นภายในเซลล์ ซึ่งราบางชนิดก็อาจจะมีหรือไม่มีไฮฟาก็ได้ เราจึงสามารถแยกราตามการมีไฮฟาได้โดย กลุ่มที่มีเยื่อกั้น (septate hypha) และ กลุ่มที่ไม่มีเยื่อกั้น (non-septate hypha) นอกจากนั้นกลุ่มของไฮฟาที่มารวมกันจะเรียกว่า ไมซีเลียม(mycelium) นอกจากนั้นในไฮฟาก็ยังมีหน้าที่ที่แตกต่างกันอีกด้วย ดังนั้นเราจึงสามารแบ่งหน้าที่ของไฮฟาออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. Haustorium ยื่นเข้าในโฮสต์เซลล์เพื่อดูดอาหาร พบในราที่เป็นปรสิต
2. Rhizoid คล้ายรากพืชโดยยื่นออกจากไมซีเลียม เพื่อยึดติดกับผิวอาหารเพื่อดูดีมอาหาร เช่น ราขนมปัง
3.  Fruiting body สร้างสปอร์ที่ได้จากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
การสืบพันธุ์ชองรา แบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1. Fragmentation เกิดจากเส้นในหักเป้นส่วนๆ ซึ่งที่หักไปจะกลายเป็นส่วนใหม่
2. Budding การแตกหน่อ โดยเซลล์แม่แบ่งออกเป็นสองนิวเคลียส แล้วอันหนึ่งกลายเป้นนิวเคลียสของหน่อ เมื่อหน่อเจริญเต็มที่จะคอดเว้าขาดจากกัน
3. Fission การแบ่งออกเป็นสองส่วน และแต่ละเซลล์จะคอดเว้าตรงกลางและหลุดจากกัน
4. การสร้างสปอร์แบบไม่อาศัยเพศ ซึ่งแบ่งย่อยได้อีกเป็น 2 กลุ่ม
- Conidiospore หรือ Conidia เป็นสปอร์ที่ไม่มีสิ่งหุ้ม เช่น Aspergillus sp.
- Sporangiospore เป็นสปอร์ที่เกิดจากปลายเส้นในเป็นกระเปาะ
และนอกจากนั้นราก็สามารถแบ่งเป็นไฟลัมได้ทั้งหมด 4 ไฟลัม
1. Phylum Chytridiomycota เช่น Olpidium sp.
2. Phylum Zygomycota เช่น ราดำ และ ราขนมปัง
3. Phylum Ascomycota เช่น Saccharomyces cerevisiae หรือ ยีสต์
4. Phylum Basidiomycota เช่น ราสนิม ราเขม่าดำ เห็ดโคน เห็ดฟาง
และกลุ่มของ Imperfect Fungi คือกลุ่มของฟังไจ หรือ ราที่จัดเข้าไฟลัมไม่ได้ เนื่องจากไม่มีระยะสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เช่น ราน้ำ และ กลุ่มของ Pencillium

Wednesday, November 6, 2019

โพรทิโอแบคทีเรีย


กลุ่มโพรทิโอแบคทีเรีย




   เป็นยูแบคทีเรียแกรมลบที่พบมากที่สุดและมีกระบวนการเมแทบอลิซึมที่หลากหลายบางกลุ่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้คล้ายพืชบางกลุ่มสามารถดำรงชีวืตโดยใช้ไฮโดรเจนซัลไฟด์ และให้ซัลเฟอร์ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เช่น เพอเพิลซัลเฟอร์แบคทีเรีย (purple sulfur bacteria) บางกลุ่มมีบทบาทช่วยตรึงแก๊สไนโตรเจนในอากาศมาสร้างเป็นสารประกอบไนโตรเจนในดิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช เช่น Rhizobium sp. ในปมรากของพืชตระกูลถั่ว เป็นต้น

ที่มา https://sites.google.com/site/gfopjrtigdioitwoirnlkfgoi/xanacakr-sing-mi-chiwit/xanacakr-po-rti-s-ta-kingdom-protista


Sunday, September 1, 2019

stramenopiles


Stramenopiles

       เป็นโปรติสต์ที่ส่วนใหญ่มีการสังเคราะห์ด้วยแสง เซลล์สืบพันธุ์มี flaggella 2 เส้น คือเส้นที่มีขนและไม่มีขน เรียกกลุ่มนี้ว่าสาหร่าย (algae)
1.สาหร่ายสีน้ำตาล (Brown Algae) มีคลอโรฟิลล์อี (chlorophyll e) และฟิวโคแซนธิน (fucoxanthin)

Image result for ิพนไื ฟสเฟำ


2.ไดอะตอม (Diatoms) ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม โครงสร้างของไดอะตอมประกอบด้วย ซิลิกา ห่อหุ้มไซโทพลาสซึม ซึ่งเป็นที่เก็บออร์แกเนลล์ทั้งหมด ไดอะตอมมีประมาณ 10,000 ชนิด แต่ละชนิดก็จะมีรูปร่างที่แตกต่างกัน เช่น เป็นทรงกลม คล้ายไข่ เรือ หรือจาน เป็นต้น ขยายพันธุ์โดยการแบ่งเซลล์ ในสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิที่เหมาะสม ไดอะตอมสามารถแบ่งเซลล์ได้ 1,000,000,000 เซลล์ภายใน 1 เดือน
ไดอะตอมมีประโยชน์หลายประการต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เป็นอาหารของปลา หอย สัตว์น้ำต่างๆ มนุษย์นำไดอะตอมมาใช้ขัดโลหะ ใช้เป็นฉนวนของเตาไฟ เครื่องทำความเย็น และอุตสาหกรรมต่างๆ

Image result for ไดอะตอม

Alveolata


Alveolata

       เป็นโพรทิสต์เซลล์เดียวที่มีช่องว่างเล็กๆใต้เยื่อหุ้มเซลล์ เรียกว่า แอลวีโอไล (alveoli)


1.ไดโนแฟลเจลเลต (dinoflagellate) เป็น สาหร่ายเซลล์เดียวชนิดหนึ่ง ผนังเซลล์เป็นเซลลูโลส สังเคราะห์ด้วยแสงได้ มีคลอโรฟิลล์เอและซี มักมีสีเหลือง-เขียว น้ำตาลหรือแดง เป็นแพลงก์ตอนพืชในน้ำจืดและในทะเล ไดโนแฟลกเจลเลตสีแดงเช่น Gonyaulax เมื่อมีการเจริญมากขึ้นทำให้น้ำเป็นสีน้ำตาลหรือสีแดงเรียกว่า Red tides ซึ่งจะผลิตสารพิษที่เป็นพิษต่อระบบประสาท ทำให้ปลาตายเป็นจำนวนมาก มนุษย์ที่กินปลาเหล่านี้มีโอกาสได้รับสารพิษเช่นเดียวกัน


Image result for ไดโนแฟลกเจลเลต



2. เอพิคอมเพลกซา (Apicomplaxa) เป็นโพรทิสต์ที่มีขนาดเล็กส่วนใหญ่จะดำรงชีวิตเป็นปรสิต ได้แก่ พลาสโมเดียม (Plasmodium) ชนิดที่ทำให้เกิดโรคมาลาเรียในคนและสัตว์อื่น โดยมียุงก้นปล่องเป็นพาหะคือ Plasmodium falciparum


Image result for เอพิคอมเพลซา

3. ซิลิเอต (ciliates) เป็นโพรทิสต์ที่ใช้ซิเลียในการเคลื่อนที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำหรือมีความชื้นสูง โพรทิสต์กลุ่มนี้มีความหลากหลายทางสปีชีส์มากที่สุด ตัวอย่างสัตว์ในกลุ่มนี้เช่น พารามีเซียม, วอร์ติเซลลา เป็นต้น


Image result for ซิลิเอต

Euglenozoa

Euglenozoa


Image result for Euglenozoa



เป็นโพรทิสต์กลุ่มที่เคลื่อนที่โดยใช้แฟลเจลลา เช่น ยูกลีนาและทริปพาโนโซมยูกลีนา(Euglena) เป็นโพรทิสต์เซลล์เดียวที่มีสารสีแคโรทีนและคลอโรฟิลล์ จึงสามารถดำรงชีวิตเป็นผู้ผลิตเมื่อมีแสงและเมื่อไม่มีแสงดำรงชีวิตเป็นผู้บริโภคมีอายสปอต(eye spot) ในการตอบสนองต่อแสง ทริปพาโนโซม(Trypanosoma) เป็นโพรทิสต์ที่ดำรงชีวิตเป็นปรสิตในเลือดของสัตว์มีกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดโรคเหงาหลับ


Diplomonadida and Parabasala


Diplomonadida & Parabasala


        เป็นกลุ่มของโพรทิสต์ที่เป็นเซลล์ยูคาริโอตที่ยังไม่มีออร์แกเนลล์ คือ ไม่มีไมโทคอนเดรีย ร่างแหเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม กอลจิคอมเพล็กซ์และเซนติโอล ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าโพรทิสต์กลุ่มนี้ได้มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษของยูคาริโอต ซึ่งภายในเซลล์ยังไม่มีออร์แกเนลล์ใด ๆ
1.ดิโพลโมแนด (diplomonads) มีแฟลเจลลาหลายเส้น มีนิวเคลียส 2 อัน ตัวอย่างเช่น Giardia lamblia เป็นปรสิตในลำไส้ของคน
28.9  
2. พาราบาซาลิต (parabasalide) มีแฟลเจลลาเป็นคู่และผิวเยื่อหุ้มเซลล์มีลักษณะเป็นรอยหยักคล้ายคลื่น ตัวอย่างเช่น ไตรโคนิมฟา (triconympha) ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ปลวกจะดำรงชีวิตแบบภาวะพึ่งพากัน โดยสร้างเอนไซม์ย่อยเซลลูโลสในไม้ให้กับปลวก และไตรโคโมแนส (trichomonas) เป็นโพรทิสต์ที่ทำให้เกิดอาการติดเชื้อในช่องคลอด



Image result for Diplomonadida & Parabasala


Kingdom protista

Kingdom Protista



ลักษณะ

1. ร่างกายประกอบด้วยโครงสร้างง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ส่วนมากประกอบด้วยเซลล์เดียว (unicellular) บางชนิดมีหลายเซลล์รวมกันเป็นกลุ่ม เรียกว่า โคโลนี (colony) หรือเป็นสายยาว (filament) แต่ยังไม่ทำหน้าที่ ร่วมกันเป็นเนื้อเยื่อ (tissue)หรืออวัยวะ (organ) แต่ละเซลล์สามารถทำหน้าที่ของความเป็นสิ่งมีชีวิตได้ครบถ้วนอย่างอิสระ      
2. ไม่มีระยะตัวอ่อน (Embryo) ซึ่งต่างจากพืชและสัตว์    
 3. การดำรงชีพ มีทั้งชนิดที่เป็นผู้ผลิต (Autotroph) เพราะมีคลอโรฟิลล์ เป็นผู้บริโภค (Consumer) และเป็นผู้ย่อยสลายอินทรียสาร (Decomposer)      
4. โครงสร้างของเซลล์เป็นแบบยูคาริโอติก (Eucaryotic) ซึ่งมีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ได้แก่ โพรโทซัว เห็ด รา ยีสต์ ราเมือก สาหร่ายต่าง ๆ      
5. การเคลื่อนที่ บางชนิดเคลื่อนที่ได้โดยใช้ ซีเลีย (cilia) แฟลกเจลลัม (flagellum) หรือซูโดโปเดียม (Pseudopodium) บางชนิดเคลื่อนที่ไม่ได้      
6. การสืบพันธุ์ ทั้งแบบไม่อาศัยเพศ (Asexual reproduction) และแบบอาศัยเพศ (Sexual reproduction) แบบอาศัยเพศมีทั้งชนิดคอนจูเกชัน (Conjugation) ซึ่งเกิดจากเซลล์สืบพันธุ์ที่มีรูปร่างและขนาดเหมือนกัน มารวมกัน ดังเช่นที่พบในพารามีเซียม ราดำ เป็นต้น และชนิดปฏิสนธิ (fertilization) ซึ่งเกิดจากเซลล์สืบพันธุ์ ที่มีรูปร่างและขนาดต่างกันมารวมกัน ดังเช่นที่พบในสาหร่ายเป็นส่วนใหญ่ เป็นต้น
มีทั้งกลุ่มที่สังเคราะห์แสงได้, กลุ่มที่ต้องกินอาหาร และกลุ่มที่ต้องดูดซึมอาหารและคล้ายเชื้อรา

ประเภท

แบ่งตามสายวิวัฒนาการได้เป็น
1. Diplomonadida และ Parabasala 
2.Euglenophyta
3.Alveolata
  -Dinoflagellate
   -Apicomplexa
   -Ciliates
4.stramenopiles
   -สาหร่ายสีน้ำตาล
   -Diatoms
5.สาหร่ายสีแดง
6.สาหร่ายสีเขียว
7.ไมซีโทซัว